ช่วงนี้ยิ่งอ่านยิ่งเจอค่ะ ขออัพเก็บไว้เพราะ bookmark กระทู้น้าโจเค้าไม่ได้ เกรงว่าจะหายไปเสียก่อน เอามาเผื่อแผ่ตากล้องมือใหม่แถวๆนี้ด้วย   ศึกษาไว้ เผื่อกล้องหมดประกันศูนย์  

แต่สำหรับฉันคงอีกนาน เพราะยังไม่ได้ซื้อเลย!

 

ขอขอบคุณน้า Joel** ห้องกล้อง พันทิพ สำหรับความรู้ครั้งนี้ด้วยค่ะ
http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3167354/O3167354.html
ไม่รู้ว่าจะเป็นการละเมิดหรือเปล่า แต่ไม่มีเจตนานะคะ ขอออกตัวไว้ก่อน ผิดประการใดแจ้งมาได้ค่ะจะเอาออก

สำหรับกล้องดิจิตอล SLR หรือ กล้องที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้
ปัญหาเงาฝุ่นบนจอ CCD จะเป็นสิ่งที่ต้องพบพาน ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ในไม่ช้าก็เร็วครับ

มาวันนี้ก็เลยคิดว่าจะลองประเมินวิธีการทำความสะอาด 3- 4 วิธีด้วยตนเอง
ว่าวิธีไหนจะมีประสิทธิภาพ ความยากง่ายอย่างไร และ ความคุ้มค่า ต่อการลงทุนมากที่สุดครับ

วิธีการทำความสะอาดกำจัดผลที่จะรายงานในวันนี้ เป็นวิธีการทางกายภาพ (physical)
ซึ่งสามารถใช้ได้กับกล้องดิจิตอล SLR ทุกยี่ห้อ
ไม่ได้รวมถึงวิธีการใช้ software อย่างโปรแกรม Nikon Dust Off ซึ่งเป็นโปรแกรมเฉพาะยี่ห้อครับ

เมื่อถ่ายภาพอะไรก็ตามที่มีสีเรียบๆ เงาของเม็ดฝุ่น บนจอ CCD จะทำให้เกิด จุดด่าง จุดดำ ในที่มีสีเรียบๆของภาพ
และจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใช้ รูหน้ากล้องแคบๆ ประมาณ F/8 ขึ้นไปครับ

วิธีทดสอบ ก็ลองใช้เลนส์เทเลฯ ประมาณ 70 มม.
โฟกัสที่อินฟีนีตี้ แล้วถ่ายภาพท้องฟ้าๆ บริเวณส่วนที่ไม่มีเมฆ มา 1-2 ภาพครับ
เปิดดูใน photoshop แล้วกด Edit > Auto Level เพื่อดูความหนาแน่นและขนาดของเม็ดฝุ่นที่ติดอยู่บนจอ CCD ครับ

วิธีการทำความสะอาดที่จะประเมินกัน ไล่จากถูกที่สุด ไปแพงที่สุดก็มี
1. ลูกยางบีบเป่าลม
2. คอตต้อนบัด และ น้ำยาล้างเลนส์ Kodak Lens Clean
3. ก็าซเฉื่อย แบบอัดบรรจุกระป๋อง
4. แปรงไฟฟ้าสถิตย์ sensor brush
5. ก้านสำลี และ น้ำยา sensor clean
6. ผ้าไร้ขน pec pad และ น้ำยา Eclispe

 

นอกจากอุปกร์ตามรายชื่อข้างบนแล้ว
อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ ก็มี
ผ้าชุบน้ำหมาดใช้เช็ดมือและพื้นที่ทำงาน
ฝาปิดท้ายเลนส์ (สีขาว) สำหรับถอดและใส่เลนส์ถ่ายภาพทดสอบ
โคมหลอดไฟฟ้าสำหรับส่องสว่าง
และผ้าไมโครไฟเบอร์ 1 ผืนครับ
 
 

1. ลูกยางบีบเป่าลม

วิธีเป็นวิธีที่ บ.ผู้ผลิตกล้อง แนะนำมากที่สุด ราคาถูก,
ทำได้ง่าย เพียงล้อคกระจก แล้วใช้ลูกยางบีบเป่าลงบน CCD บริเวณที่มีฝุ่นเกาะอยู่

ข้อดี: ใช้ง่าย ราคาถูก ลงทุนเพียง 100 - 200 บาท

ข้อเสีย: ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ให้ปลายลูกยาง แตะสัมผัสถูกจอ CCD
ก่อนใช้ต้องล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อให้แป้งที่ใช้ในการหล่อ

ลูกยางออกให้หมด เพราะลูกยาง (โดยเฉพาะพวกลูกยางดิบจะมีแป้งฝุ่นตกค้างอยู่มาก)
ควรลองเป่ากับกระจกเงา สะท้อนแสงดูก่อนว่าไม่มีแป้งแม่พิมพ์ติดมาด้วยครับ

ต้องใช้ที่ๆมีอากาศถ่ายเทดีพอสมควร ไม่งั้นจะกลายเป็นการดูดฝุ่นจากอากาศรอบๆ แล้วเป่าลงบน CCD ไปครับ

เมื่อย มือ และใช้เวลานานพอสมควร และได้ผลกับเม็ดฝุ่นขนาดใหญ่ หรือเส้นขน
อัตราสำเร็จประมาณ 50-60 % เท่านั้นครับ

2. คอตต้อนบัด และ น้ำยาล้างเลนส์ Kodak Lens Clean

วิธีนี้ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ

ข้อดี: ราคาถูก น้ำยาราคาประมาณ 120 บาท

ข้อเสีย: มีอัตราเสี่ยงต่อความเสียหายสูงมากครับ เพราะ
1. คอตต้อนบัด มีฝุ่นแอบแฝง อยู่เป็นจำนวนมาก
2. ความบริสุทธ์ของน้ำยายังต่ำมากครับ
3. มีเสี่ยงต่อน้ำยาซึมเข้าทางข้างเล็ดลอดจากฟิลเตอร์ AA ที่ฉาบหน้า CCD ลงไปทำความเสียหายได้ครับ

 

เหตุผลที่ ไม่แนะนำการใช้ค้อตต้อนบัด และ น้ำยาล้างเลนส์ เป็นอย่างยิ่งครับ

หากสังเกตุด้านล่างของภาพจะเห็น ฝุ่นตกค้างและคราบร่องรอยน้ำยาอย่างชัดเจนครับ

3. ก็าซเฉื่อย แบบอัดบรรจุกระป๋อง

ก็าซเฉื่อย* เช่น ก็าซฮาโลเจน 134A, คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ไนโตรเจน อัดบรรจุกระป๋อง

ไม่ใช่อากาศ หรือ ลม (air) น่ะครับ

ขอให้สังเกตุให้ content หรือ สารบรรจุ ที่ข้างกระป๋องครับ

ลม/ก็าซแบบบรรจุกระป๋องมี 2 แบบ
1. อากาศแบบกรองแล้วอัดลงบรรจุกระป๋อง
2. ก็าซเฉื่อย เช่น ฮาโลเจนนิค CO2, ไนโตรเจน ฯลฯ อัดบรรจุกระป๋อง

แบบแรก อากาศกรองอัด ข้อดี แรงดันสูง ราคาถูก กระป๋องละ 360 บาท สะอาดดีพอสมควร
เหมาะสำหรับงานทั่วๆไป เช่นเลนส์ ตัวกล้อง
ไม่เหมาะสำหรับเป่า CCD เพราะอากาศจะดึงความชื้นในอากาศแล้วพาไปเกาะที่ผิวที่พ่นด้วยครับ
และบางยี่ห้อใช้เครื่องอัดอกกาศแบบลูกสูบ ทำให้มีไอน้ำมัน ตกค้างในกระป๋องด้วยครับ

ทดลองดูด้วยการพ่นที่กระจกเงา จะเห็นไอน้ำเย็น กลั่นตัวเกาะติดได้ครับ

แบบที่สอง ก็าซเฉื่อยอัด ข้อดี แรงดันสูง มี % ความบริสุทธิ์สูงกว่าอากาศ สะอาดมาก ความดันสม่ำเสมอ
มุมฉีดได้มากกว่า อุณหภูมิก็าซในกระป๋องค่