ขออุทิศเอนทรีนี้เป็นกำลังใจแด่น้องๆม.6ผู้ซึ่งอดทนรอมาอย่างบีบหัวใจจนถึงวันนี้ทุกคนนะเคอะ

 

เมื่อคืน ณ ขณะที่นังด้อยนั่งดราฟโครงสร้างบ้านไม้อย่างมึนเมาอยู่นั้น

ก็มีรุ่นน้องทักมาใน MSN ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกคณะซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

อ้าวนี่จะยื่นคะแนนกันอีกรอบแล้วเหรอ จะมีน้องรหัสเพิ่มอีกคนแล้วใช่มั้ย ก็แปลว่าแก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะ กรี๊ดดดด

เคสที่ได้มาคือคะแนนปานกลางแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนอะไรกับเคสคะแนนต่ำแต่มีเป้าหมายแน่นอน

บอกตามตรงว่าด้อยลำบากใจพอสมควรเพราะไม่ได้ติดตามข่าวมาหลายปี ตั้งแต่แอดมิชชั่น'49 และ '50 (ปี48-49) ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เป็นไง?

และก็กังวลว่าถ้าแนะนำไปแล้วมันดันไม่ติด มันจะโทษตูเปล่าวะ? หรือจะแนะนำมันยังไงดีวะ คะแนนเท่านี้ไม่น่ารอดในสายที่มันอยากจะเรียน

ได้ให้คำปรึกษาไปตามอัตภาพ อันที่จริงต้องบอกว่าให้กำลังใจกันมากกว่า อย่างน้อยก็ถือว่าใจสู้อดทนมาจนถึงวันนี้ได้นี่มันสุดๆจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ขอเล่าถึงวิธีการเลือกคณะในโดยรวมๆ สมัยป้าพี่ด้อยแอด ช่วงนั้นจะเจนจัดเรื่องเกณฑ์ กำหนดการ ระเบียบปฏิบัติ ฯลฯ มากทีเดียว

เนื่องจากเป็นเด็กบ้านนอกแถวตะเข็บชายแดนห่างไกลความศิวิไลซ์ จึงต้องพยายามติดตามอัพเดทด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา

และมีเป้าหมายสูงมากๆในตอนนั้น (คือคณะที่เรียนอยู่ปัจจุบันนี่หล่ะ) ถือว่าเอาประสบการณ์มาแบ่งปันน้องๆหลานๆแล้วกันเค่อะ

...

 

ก่อนอื่นสิ่งที่ควรจะใช้เวลาพิจารณาอย่างจริงจังเป็นเรื่องแรกเลยคือ ตัวหนูเอง สำคัญมากนะ

อยากเรียนอะไร อาชีพไหนที่น้องจะอยู่กับมันไปได้ตลอดชีวิต นั่นหล่ะคือสิ่งที่ควรรู้ไว้เลยนะเคอะ

บางคนอาจคิดว่าสิ่งที่ฝันมาตลอดนั้นใช่แล้วแต่พอคะแนนออกมาทำไมมันห่วย ลองคิดดูว่าเป็นที่เตรียมตัวมาไม่พร้อมเอง

..หรือเป็นเพราะเราอาจไม่ใช่..

อย่างเช่นวิชาชีพสถาัปัตยกรรม น้องอาจเป็นเีพียงผู้ที่ชื่นชอบความงามของสถาปัตยกรรม ไม่ใช่คนที่เกิดมาเป็นผู้สร้างสถาปัตยกรรมก็ได้ จริงไหม?

บางครั้งบางทีเราเลือกแล้ว คิดว่าใช่แน่แล้ว แต่พอได้เข้ามาเรียนกลับไม่ใช่ อยู่ที่ว่ารู้ตัวทันไหม ถ้าทันก็ซิ่วไปเรียนอย่างอื่น

แต่ถ้าไม่ทันก็คงต้องทำใจและตั้งใจเรียนมันให้จบ แล้วค่อยไปเรียนใหม่ในสาขาที่ชอบอีกใบก็ยังไม่สาย

เรื่องนี้พี่ด้อยเลยให้ความสำคัญมาก อยากฝากถึงน้องๆุม.ปลาย ควรจริงจังกับชีวิตได้แล้ว เรากำลังจะโตเป็นวัยหนุ่มสาวที่จะมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

เลิกส่องร่องนมตามไฮไฟว์ เลิกเป็นชะนีห้อยท้ายมอเตอร์ไซค์ หันมาใส่ใจกับอนาคตตัวเองบ้าง คิดได้แล้วว่าชอบอะไร อยากทำอาชีพอะไร

ลองคิดผิด คิดถูกตั้งแต่เริ่มต้น ผิดเรายังเริ่มใหม่ได้ วิธีก็คือทำกิจกรรมเยอะๆทำให้หลากหลาย มันช่วยเราวิเคราะห์ตัวเองได้จริงๆนะ

 

และที่สำัคัญไม่แพ้กันคือเริ่มอ่านหนังสือได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันนะ พี่ด้อยเองเริ่มอ่านหนังสืออย่างหนักตอนขึ้นม.6 เหนื่อยมากๆและอ่านไม่ทัน

เนื่องจากไม่เคยเรียนกวดวิชาใดๆมาก่อน ความรู้จึงมีน้อยกว่าหรือเท่ากับที่เรียนมา จำเป็นต้องปล่อยไปหลายวิชา

" ถ้าอ่านเร็วกว่านี้ก็คงทำได้เยอะกว่านี้ " <-- อยากพูดแบบนี้ไหม

ครูสมัยมัธยมท่านหนึ่งเคยบอกไว้ว่ามันเป็นกรรม รุ่นพี่เธอเคยบอกเธอยังไง พอถึงคราวเธอบอกน้อง น้องมันก็เหมือนเธอนั่นแหละ

 

เรื่องที่ควรพิจารณาเรื่องที่สองและสามควบคู่กันไป คือ คณะ(+มหาวิทยาลัย) และ คะแนน ขอแบ่งเป็นกรณีไปเพื่อความไม่งงของคนเขียน

คะแนนสูงมาก =  >8,000
คะแนนสูง =  7,000 - 8,000
คะแนนปานกลาง =  6,000 - 7,000
คะแนนต่ำ =  >6,000

กรณีที่ 1 คะแนนสูงมาก - เลือกคณะสูงมาก

กรณีนี้เปอร์เซนต์ความน่าเป็นห่วงนั้นน้อยมาก อย่างไรก็ตามยังคงต้องเห็นอกเห็นใจ ใช่ว่าคะแนนสูงมากแล้วจะไม่เสี่ยง

แน่นอนว่าน้องกลุ่มนี้จะเป็นประเภท เลือกได้ และมักจะมีคณะที่ใฝ่ฝัน(ที่อาจจะรับน้อย)กันอยู่แล้ว

คงเหลือแต่เพียงการเลือกมหาวิทยาลัย ถ้าไม่ประมาทเรียงลำดับผิดๆถูกๆ เอาหัวนมน้องเป็นเดิมพันได้เลยว่าไม่มีทางพลาดที่หวังไว้แน่นอน

--- อยากเรียนอะไรก็เลือกไปเลย จะเรียงลำดับตามความชอบหรืออ้างอิงจากคะแนนปีที่ผ่านมาด้วยก็ดี ---

 

กรณีที่ 2 คะแนนสูง - เลือกคณะสูงมาก

กรณีนี้น่าห่วงในระดับปานกลาง เพราะพี่ด้อยเชื่อว่าน้องๆหลายคนจะมีความมั่นใจในคะแนนตัวเองพอสมควร เพราะมันก็มีโอกาสลุ้น น่าเสี่ยง

แต่อาจมีความลังเลใจในอันดับ 1-2 เล็กน้อย คณะนี้ก็ชอบ คณะนี้ก็อยากเรียน เรียงดีๆ บางคนจะมาบ่นทีหลังว่าน่าจะเอาอันดับ 2 ขึ้นก่อนก็มี

อันดับ 1 ควรเป็นคณะที่อยากเรียนมากที่สุด โดยไม่ต้องดูสถิติใดๆทั้งสิ้น เอาไว้ลุ้นเพื่อความสะใจ
อันดับ 2-3 เลือกคณะที่ชอบเรียงลำดับโดยอ้างอิงคะแนนปีที่ผ่านมาอย่างน้อยควรจะเกินคะแนนต่ำสุด 300+ ถึง 500+ ตามลำดับ
อันดับ 4 เลือกคณะที่ไม่อยากเรียนน้อยที่สุดห้อยทิ้งท้ายไว้ ไม่ต้องไปเสียดายอันดับนี้ เพราะเราควรจะมีลุ้นไม่เกินอันดับ 3 แล้วล่ะ

อันดับ 4 นั้นมีไว้กันพลาด อย่างน้อยก็เป็นคณะที่เตรียมไว้ทำใจ เตรียมไว้ซิ่ว (<--ไม่สนับสนุน) ถ้าไม่อย่างนั้นแสดงว่าน้องใช้โอกาสเปลืองมาก

--- 1 เพ้อฝันได้ 2 นี่ควรจะมีลุ้น 3 น่าจะติด ส่วน 4 นี่ควรติดชัวร์โดยเกินคะแนนต่ำสุด 1,000+ ---

 

กรณีที่ 3 คะแนนปานกลาง/ต่ำ - เลือกคณะสูงมาก

กรณีนี้เรียกว่าไม่เจียม พูดตรงๆเลยละกัน ตัวอย่างเช่น คะแนนห้าหกพันนิดๆ แต่อยากเรียนทันตะซึ่งคะแนนแม่งสูงลิ่ว

แบบนั้นก็ปล่อยให้มันเป็นแค่ฝันต่อไปเถอะนะ อาจจะคิดว่า นังด้อยช่างปากร้ายกล้าเอ่ยวาจาดูถูกความฝันของน้องกลุ่มนี้ได้ยังไง

ก็อยากจะถามกลับไปว่าก็แล้วทำไมไม่พยายามอย่างหนักตั้งแต่แรกล่ะเคอะ ถ้ารู้ว่าความฝันของสูเจ้ามันสูงขนาดนี้

--- มาถึงจุดนี้แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเลือกเดินทางใหม่ กับ ไปเรียนม.เอกชน/ม.เปิด ---

 

กรณีที่ 4 คะแนนปานกลาง - เลือกคณะ..?

มีสิทธิเลือกได้ตามความเป็นจริงเค่อะ จะมาขอเพ้อฝันอันดับ 1 เป็นคณะที่อยากเีรียนมากที่สุดได้ไหม จุดนี้แล้วพี่ด้อยเองเห็นว่าสิ้นเปลืองเค่อะ

คะแนนประมาณนี้จะว่ามีให้เลือกไหมก็มี แต่จะเลือกมากก็มีไม่พอ ฉะนั้นควรใช้อ