แนะนำวิธีเลือกคณะไม่ให้พลาดฉบับด้อยๆ
posted on 06 Apr 2009 21:08 by coffee-m in blah-blah, hotpost
ขออุทิศเอนทรีนี้เป็นกำลังใจแด่น้องๆม.6ผู้ซึ่งอดทนรอมาอย่างบีบหัวใจจนถึงวันนี้ทุกคนนะเคอะ
เมื่อคืน ณ ขณะที่นังด้อยนั่งดราฟโครงสร้างบ้านไม้อย่างมึนเมาอยู่นั้น
ก็มีรุ่นน้องทักมาใน MSN ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกคณะซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
อ้าวนี่จะยื่นคะแนนกันอีกรอบแล้วเหรอ จะมีน้องรหัสเพิ่มอีกคนแล้วใช่มั้ย ก็แปลว่าแก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะ กรี๊ดดดด
เคสที่ได้มาคือคะแนนปานกลางแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนอะไรกับเคสคะแนนต่ำแต่มีเป้าหมายแน่นอน
บอกตามตรงว่าด้อยลำบากใจพอสมควรเพราะไม่ได้ติดตามข่าวมาหลายปี ตั้งแต่แอดมิชชั่น'49 และ '50 (ปี48-49) ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เป็นไง?
และก็กังวลว่าถ้าแนะนำไปแล้วมันดันไม่ติด มันจะโทษตูเปล่าวะ? หรือจะแนะนำมันยังไงดีวะ คะแนนเท่านี้ไม่น่ารอดในสายที่มันอยากจะเรียน
ได้ให้คำปรึกษาไปตามอัตภาพ อันที่จริงต้องบอกว่าให้กำลังใจกันมากกว่า อย่างน้อยก็ถือว่าใจสู้อดทนมาจนถึงวันนี้ได้นี่มันสุดๆจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ขอเล่าถึงวิธีการเลือกคณะในโดยรวมๆ สมัยป้าพี่ด้อยแอด ช่วงนั้นจะเจนจัดเรื่องเกณฑ์ กำหนดการ ระเบียบปฏิบัติ ฯลฯ มากทีเดียว
เนื่องจากเป็นเด็กบ้านนอกแถวตะเข็บชายแดนห่างไกลความศิวิไลซ์ จึงต้องพยายามติดตามอัพเดทด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา
และมีเป้าหมายสูงมากๆในตอนนั้น (คือคณะที่เรียนอยู่ปัจจุบันนี่หล่ะ) ถือว่าเอาประสบการณ์มาแบ่งปันน้องๆหลานๆแล้วกันเค่อะ
...
ก่อนอื่นสิ่งที่ควรจะใช้เวลาพิจารณาอย่างจริงจังเป็นเรื่องแรกเลยคือ ตัวหนูเอง สำคัญมากนะ
อยากเรียนอะไร อาชีพไหนที่น้องจะอยู่กับมันไปได้ตลอดชีวิต นั่นหล่ะคือสิ่งที่ควรรู้ไว้เลยนะเคอะ
บางคนอาจคิดว่าสิ่งที่ฝันมาตลอดนั้นใช่แล้วแต่พอคะแนนออกมาทำไมมันห่วย ลองคิดดูว่าเป็นที่เตรียมตัวมาไม่พร้อมเอง
..หรือเป็นเพราะเราอาจไม่ใช่..
อย่างเช่นวิชาชีพสถาัปัตยกรรม น้องอาจเป็นเีพียงผู้ที่ชื่นชอบความงามของสถาปัตยกรรม ไม่ใช่คนที่เกิดมาเป็นผู้สร้างสถาปัตยกรรมก็ได้ จริงไหม?
บางครั้งบางทีเราเลือกแล้ว คิดว่าใช่แน่แล้ว แต่พอได้เข้ามาเรียนกลับไม่ใช่ อยู่ที่ว่ารู้ตัวทันไหม ถ้าทันก็ซิ่วไปเรียนอย่างอื่น
แต่ถ้าไม่ทันก็คงต้องทำใจและตั้งใจเรียนมันให้จบ แล้วค่อยไปเรียนใหม่ในสาขาที่ชอบอีกใบก็ยังไม่สาย
เรื่องนี้พี่ด้อยเลยให้ความสำคัญมาก อยากฝากถึงน้องๆุม.ปลาย ควรจริงจังกับชีวิตได้แล้ว เรากำลังจะโตเป็นวัยหนุ่มสาวที่จะมีความรับผิดชอบสูงขึ้น
เลิกส่องร่องนมตามไฮไฟว์ เลิกเป็นชะนีห้อยท้ายมอเตอร์ไซค์ หันมาใส่ใจกับอนาคตตัวเองบ้าง คิดได้แล้วว่าชอบอะไร อยากทำอาชีพอะไร
ลองคิดผิด คิดถูกตั้งแต่เริ่มต้น ผิดเรายังเริ่มใหม่ได้ วิธีก็คือทำกิจกรรมเยอะๆทำให้หลากหลาย มันช่วยเราวิเคราะห์ตัวเองได้จริงๆนะ
และที่สำัคัญไม่แพ้กันคือเริ่มอ่านหนังสือได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันนะ พี่ด้อยเองเริ่มอ่านหนังสืออย่างหนักตอนขึ้นม.6 เหนื่อยมากๆและอ่านไม่ทัน
เนื่องจากไม่เคยเรียนกวดวิชาใดๆมาก่อน ความรู้จึงมีน้อยกว่าหรือเท่ากับที่เรียนมา จำเป็นต้องปล่อยไปหลายวิชา
" ถ้าอ่านเร็วกว่านี้ก็คงทำได้เยอะกว่านี้ " <-- อยากพูดแบบนี้ไหม
ครูสมัยมัธยมท่านหนึ่งเคยบอกไว้ว่ามันเป็นกรรม รุ่นพี่เธอเคยบอกเธอยังไง พอถึงคราวเธอบอกน้อง น้องมันก็เหมือนเธอนั่นแหละ
เรื่องที่ควรพิจารณาเรื่องที่สองและสามควบคู่กันไป คือ คณะ(+มหาวิทยาลัย) และ คะแนน ขอแบ่งเป็นกรณีไปเพื่อความไม่งงของคนเขียน
คะแนนสูงมาก = >8,000
คะแนนสูง = 7,000 - 8,000
คะแนนปานกลาง = 6,000 - 7,000
คะแนนต่ำ = >6,000
กรณีที่ 1 คะแนนสูงมาก - เลือกคณะสูงมาก
กรณีนี้เปอร์เซนต์ความน่าเป็นห่วงนั้นน้อยมาก อย่างไรก็ตามยังคงต้องเห็นอกเห็นใจ ใช่ว่าคะแนนสูงมากแล้วจะไม่เสี่ยง
แน่นอนว่าน้องกลุ่มนี้จะเป็นประเภท เลือกได้ และมักจะมีคณะที่ใฝ่ฝัน(ที่อาจจะรับน้อย)กันอยู่แล้ว
คงเหลือแต่เพียงการเลือกมหาวิทยาลัย ถ้าไม่ประมาทเรียงลำดับผิดๆถูกๆ เอาหัวนมน้องเป็นเดิมพันได้เลยว่าไม่มีทางพลาดที่หวังไว้แน่นอน
--- อยากเรียนอะไรก็เลือกไปเลย จะเรียงลำดับตามความชอบหรืออ้างอิงจากคะแนนปีที่ผ่านมาด้วยก็ดี ---
กรณีที่ 2 คะแนนสูง - เลือกคณะสูงมาก
กรณีนี้น่าห่วงในระดับปานกลาง เพราะพี่ด้อยเชื่อว่าน้องๆหลายคนจะมีความมั่นใจในคะแนนตัวเองพอสมควร เพราะมันก็มีโอกาสลุ้น น่าเสี่ยง
แต่อาจมีความลังเลใจในอันดับ 1-2 เล็กน้อย คณะนี้ก็ชอบ คณะนี้ก็อยากเรียน เรียงดีๆ บางคนจะมาบ่นทีหลังว่าน่าจะเอาอันดับ 2 ขึ้นก่อนก็มี
อันดับ 1 ควรเป็นคณะที่อยากเรียนมากที่สุด โดยไม่ต้องดูสถิติใดๆทั้งสิ้น เอาไว้ลุ้นเพื่อความสะใจ
อันดับ 2-3 เลือกคณะที่ชอบเรียงลำดับโดยอ้างอิงคะแนนปีที่ผ่านมาอย่างน้อยควรจะเกินคะแนนต่ำสุด 300+ ถึง 500+ ตามลำดับ
อันดับ 4 เลือกคณะที่ไม่อยากเรียนน้อยที่สุดห้อยทิ้งท้ายไว้ ไม่ต้องไปเสียดายอันดับนี้ เพราะเราควรจะมีลุ้นไม่เกินอันดับ 3 แล้วล่ะ
อันดับ 4 นั้นมีไว้กันพลาด อย่างน้อยก็เป็นคณะที่เตรียมไว้ทำใจ เตรียมไว้ซิ่ว (<--ไม่สนับสนุน) ถ้าไม่อย่างนั้นแสดงว่าน้องใช้โอกาสเปลืองมาก
--- 1 เพ้อฝันได้ 2 นี่ควรจะมีลุ้น 3 น่าจะติด ส่วน 4 นี่ควรติดชัวร์โดยเกินคะแนนต่ำสุด 1,000+ ---
กรณีที่ 3 คะแนนปานกลาง/ต่ำ - เลือกคณะสูงมาก
กรณีนี้เรียกว่าไม่เจียม พูดตรงๆเลยละกัน ตัวอย่างเช่น คะแนนห้าหกพันนิดๆ แต่อยากเรียนทันตะซึ่งคะแนนแม่งสูงลิ่ว
แบบนั้นก็ปล่อยให้มันเป็นแค่ฝันต่อไปเถอะนะ อาจจะคิดว่า นังด้อยช่างปากร้ายกล้าเอ่ยวาจาดูถูกความฝันของน้องกลุ่มนี้ได้ยังไง
ก็อยากจะถามกลับไปว่าก็แล้วทำไมไม่พยายามอย่างหนักตั้งแต่แรกล่ะเคอะ ถ้ารู้ว่าความฝันของสูเจ้ามันสูงขนาดนี้
--- มาถึงจุดนี้แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเลือกเดินทางใหม่ กับ ไปเรียนม.เอกชน/ม.เปิด ---
กรณีที่ 4 คะแนนปานกลาง - เลือกคณะ..?
มีสิทธิเลือกได้ตามความเป็นจริงเค่อะ จะมาขอเพ้อฝันอันดับ 1 เป็นคณะที่อยากเีรียนมากที่สุดได้ไหม จุดนี้แล้วพี่ด้อยเองเห็นว่าสิ้นเปลืองเค่อะ
คะแนนประมาณนี้จะว่ามีให้เลือกไหมก็มี แต่จะเลือกมากก็มีไม่พอ ฉะนั้นควรใช้อันดับอย่างคุ้มค่านะเคอะ
อันดับ 1 ควรเป็นคณะที่อยากเรียนที่มีความเป็นไปได้ เกินคะแนนต่ำสุดมาประมาณ 100+ 200+
อันดับ 2-3 เลือกคณะที่ชอบรองลงมา ควรจะเกินคะแนนต่ำสุด 300+ ถึง 500+ ตามลำดับ
อันดับ 4 เลือกคณะที่ไม่อยากเรียนน้อยที่สุดห้อยทิ้งท้ายไว้ คะแนน 700+
จริงๆอยากจะให้บวกมากกว่านี้ เพราะว่าเด็กสมัยนี้เก่งเหลือเกินคะแนนสูงลิ่ว แต่คิดว่าคงจะไปทรมานใจน้องมากกว่าเลยบวกตามนี้แล้วกัน
กรณีที่ 5 คะแนนต่ำ - เลือกคณะ..?
จุดนี้ต้องทำใจแล้วว่าบางทีคณะที่เราชอบอยากเรียนอาจสูงเกินไป มีสามทางให้เลือกคือ เปลี่ยนคณะ เรียนม.เอกชน/ม.เปิด และรอสอบปีหน้า
แต่อย่างไรก็เลือกไปก่อน ถึงจะมีให้เลือกไม่มากโอกาสติดน้อย ก็ควรเลือกให้เกิดประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด
อันดับที่ 1 โอกาสที่จะได้เลือกคณะที่ชอบอาจริบหรี่ แต่ถ้ามีก็ควรเลือกไว้ แม้จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ต้องการ แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนคณะที่ชอบ จะได้รู้กันไปเลยว่าที่เลือกมามันใช่จริงๆหรือเปล่า
อันดับ 2 ควรเป็นคณะที่มีเรียนพื้นฐานคล้ายกับคณะที่ชอบ อย่างเช่นอยากเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ก็อาจจะเลือกคณะวิทยาศาสตร์ เพราะโดยทั่วไปแล้วปีหนึ่งสายวิทยาศาสตร์สุขภาพจะเรียนพื้นฐานเหมือนคณะวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
อันดับ 3-4 คณะที่เคยให้ความสนใจ ไหนๆคณะที่อยากเรียนมันก็เลือกไม่ได้แล้ว ลองใช้โอกาสตอนนี้เลือกคณะที่เคยสนใจแต่ตัดทิ้ง หรืออยากรู้ว่ามันอย่างไร บางทีเราอาจจะค้นพบตัวเองก็ได้
--- กรณีนี้คะแนนอาจไม่ได้เรียงตามคะแนนต่ำสุดปีที่ผ่านมาก็ได้ แต่อย่างไรก็ต้องให้เป็น + ไว้นะเคอะ ---
สำหรับ รอสอบปีหน้า นี่เหมาะกับเฉพาะคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและทางบ้านเข้าใจ เพราะหลังจากที่เรารู้้ว่าเราแอดไม่ติดอะไรเลยนี่เหมือนโลกจะพังทลาย สภาพจิตใจจะบอบช้ำอย่างหนัก ถ้ากลับไปอยู่บ้านเฉยๆ อาจฟุ้งซ่านคิดทำอะไรง่าวๆได้ และต้องมีใจมุ่งมั่นจริงๆ เพราะการได้อยู่ว่างๆหนึ่งปีอาจทำให้ชะล่าใจ ไม่ขยันอ่านหนังสืออีก
เรียนม.เอกชน/ม.เปิด อย่างม.รังสิต ม.กรุงเทพฯ เอแบค ม.ราม มสธ. ฯลฯ ก็ได้เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันเลยเรื่องคุณภาพการศึกษา เพราะอาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสาขานั้นโดยเฉพาะ หรือไม่ก็เป็นอาจารย์จากม.รัฐไปรับจ๊อบสอนก็มี นิดเดียวตรงที่ม.เอกชนอาจมีค่าเทอมที่ค่อนข้างสูงกว่าม.รัฐประมาณสองถึงสามเท่า (ที่จริงหลักสูตรอินเตอร์ของม.รัฐ ค่าเทอมก็พอๆกัน)
...
สรุปมาพอเป็นแนวได้ประมาณนี้ ยาวไปไหม เขียนรวดเดียวจนเหนื่อย คาดว่าคนอ่านก็เหนื่อยเหมือนกัน แฮ่กๆ
อย่างไรก็ตาม ยังคงหวังว่ามันจะมีประโยชน์ช่วยน้องๆตัดสินใจได้บ้างละเน้อ โชคดีๆ
ปล.เรื่องระเบียบการใดๆในปีต่อไปคงช่วยตอบให้ไม่ได้นะเคอะ ต้องขออภัยล่วงหน้า เพราะไม่ได้ตามข่าวอีกเลยระบบมันก็เปลี่ยนบ่อยเกิ๊น
พอจะรู้จัก GAT PAT คร่าวๆว่ามันเป็นยังไงนี่ก็หรูแล้ว ได้ข่าวว่าปีหน้าเค้าจะยกเลิก O-NET A-NET แล้วเหรอ
โอ้..การศึกษาไทย
...
เอนทรีเกี่ยวดอง
u-study บล็อกดีที่เด็กมัธยมมหาลัยควรอ่าน
The Godfather returns ถาปัดการละคอน'52

สาดดดดดดดดดดดดดดดด น้ำ
#1 By Nancy อารมณ์ดี on 2009-04-06 23:13