ระทึกความหลัง การเดินทางของชีวิต
posted on 16 May 2009 02:11 by coffee-m in blah-blah
ฉันรู้สึกว่าซัมเมอร์นี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ฉันเคยมีมาเลยล่ะ
หลายปีมาแล้วที่ฉันใช้เวลาช่วงปิดเทอมทิ้งๆขว้างๆอย่างคนไม่รู้คุณค่า ไม่รู้จักตักตวงหาความสุขใส่ตัว
อันที่จริงก็ไม่อาจเรียกว่าทิ้งขว้าง กลับต้องเรียกว่ามีประโยชน์กับชีวิตมากกว่า
ฉันจำเรื่องราวสมัยยังเด็กไม่ค่อยได้ นั่นคงเป็นเพราะชีวิตที่ราบเรียบเกินไปกระมัง หากจะรื้อฟื้นคงต้องรื้อค้นกล่องความทรงจำกันนานทีเดียว
เริ่มว่ากันตั้งแต่สมัยมัธยม (ก่อนหน้านั้นจำไม่ได้) ฉันไม่เคยได้หยุดภารกิจส่วนรวมเพื่อทำในสิ่งที่อยากทำเลย
แน่นอนว่าครอบครัวฉันก็เช่นกัน คุณพ่อของฉันเป็นข้าราชการที่ทุ่มเทชีวิตให้กับหน้าที่การงาน ทำงานด้วยความสัตย์สุจริตมาตลอด 30 ปี
คุณแม่ของฉันก็ด้วย ต่างกันที่ระดับความบ้างานเข้มข้นน้อยกว่าพ่อสักครึ่งหนึ่ง ไม่สิ เท่าตัวเลยเอ้า
ไม่แปลกที่ทุกปิดเทอมครอบครัวเราจะไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันเลย
ใช่ ในระดับครอบครัว เราไม่เคยเลยสักครั้ง ยกเว้นเมื่อต้นปีที่ไปเชียงใหม่ด้วยกัน
ฉันมีความสุขมากถึงแม้ว่าเบื้องหลังที่แท้จริงคือการตามพ่อไปสัมมนา ระหว่างที่พ่อประชุมครอบครัวเราที่เหลือก็ออกไปเที่ยวกันรอบๆเมือง
ตอนค่ำนั่นแหละเราถึงจะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้า
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ปมด้อย ฉันและครอบครัวไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่ต่างจังหวัดทุกปี
นั่นคือเวลาที่ฉันได้ออกเดินทางไม่ได้ดักดานอยู่แต่ที่บ้านหรอกนะ
การที่ฉันได้ใช้เวลาทำกิจกรรมหลายๆอย่างในแ่ต่ละปิดเทอมที่ผ่านมา (แน่นอนว่าไม่ใช่การไปเที่ยวระดับครอบครัว)
อย่างน้อยก็ทำให้ฉันมีประสบการณ์ชีวิต และมันกลายมาเป็นเรื่องโจ๊กของฉันในตอนนี้
ฉันเคยคิดว่าพ่อรักฉันไม่มากหรอก ไม่งั้นคงไม่ปล่อยลูกสาวคนโตไปไหนต่อไหน โดยที่ไม่พูดไม่ถาม แค่เขียนประมาณการใช้เงินมาให้ก็พอ
เหมาะสมก็จ่าย ไม่เหมาะสมก็หัก
พ่อเคยปล่อยให้ฉันไปเข้าค่าย ไปกินไปนอนรวมกับคนอื่นเป็นอาทิตย์ๆ ในค่ายทหารบ้าง ในวัดป่าบ้าง ตั้งแต่อายุ 12
ปล่อยให้ฉันไปเรียนกวดวิชากับเพื่อนที่เชียงใหม่เป็นเดือนๆ ตอนฉันอายุ 15
ปล่อยให้เดินทางไปไหนมาไหนเองคนเดียว อย่างเช่นนั่งรถทัวร์ไปกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดไกลๆ ตั้งแต่อายุ 17
ปล่อยให้ไปสอบตรงบางมด สอบชิงทุนม.เชียงใหม่ สอบโควต้าม.ธรรมศาตร์ สอบอะไรก็ตามคนเดียว! ไม่มีไปส่งหรือไปนั่งให้กำลังใจอะไรทั้งนั้น
ไอบรรทัดข้างบนนี่ปวดใจที่สุดอ่ะตอนนั้น แบบว่าก็อยากมีพ่อแม่มานั่งรอหน้าห้องสอบกับเค้าบ้างอะไรบ้าง
ทำข้อสอบได้ไม่ได้ ออกมาจากห้องแล้วอย่างน้อยก็มีไหล่ให้ซบ อะไรทำนองนั้น
แม้แต่สอบติดจุฬาฯ ก็ยังไม่เคยมาเยี่ยมเลย!
จนเมื่อเร็วๆนี้ (ได้ข่าวว่าสอบติดสองปีผ่านไป) ที่พ่อกับแม่ต้องมาส่งงานป.โท ถึงซิ่งเก๋งมาทำเซอร์ไพร้ส์ถึงหน้าหอ!!
(แม่ก็เซอร์ไพร้ส์เพราะพ่อไม่ชินเลยขับปาด CR-V จนรถเก๋งคันใหม่ของแม่แก้มถลอก 555+)
โตมาถึงเข้าใจ .. พ่อตั้งใจเลี้ยงให้ฉันเติบโตมาเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้ เอาตัวรอดและไม่อดตาย
เข้าใจ .. ว่าที่ไม่เคยแสดงออกไม่ใช่ไม่รักแต่เพราะพ่อซึ้งไม่เป็น (จริงๆแล้วเป็นผู้ชายที่โรแมนติกม้าก ก้ากกกก)
และได้รู้ .. ว่าพ่อรักฉันมากกว่าที่ฉันคิดอินฟินิตี้
ภูมิใจที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ดี ถึงไม่พรั่งพร้อมแต่เราก็มีความสุข ไม่เคยทุจริตแต่เราก็มีชีวิตที่พออยู่ได้ละเน้อะ
ว๊ะ พูดอะไรออกไป น้ำตาจะไหล
< หัวเราะกลบเกลื่อน
ตอนนี้ฉันอายุ 21 ฉันคิดว่าฉันโตพอสมควรที่จะตัดสินใจทำอะไรตามใจตัวเอง และก็มั่นใจว่าดูแลตัวเองได้
เงินเก็บเล็กๆน้อยๆที่ยังเหลือจากงานประกวดแบบและออมจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่พ่อแม่ส่งมาให้ใช้
ทำให้ซัมเมอร์นี้ฉันได้ออกเดินทางหลายครั้ง เป็นการเดินทางระดับตัวคนเดียวบ้าง สองคนบ้าง
ไปมาหลายที่มาก(กว่าปกติ)จนทำให้ฉันรู้สึกคลั่งไคล้ไหลหลงการเดินทางเข้าซะแล้ว
เพราะระหว่างที่ไปทำให้ฉันได้คิดอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเอง รวมไปถึงความรู้สึกเก่าๆที่เคยฝังอยู่ในใจก็ปลิวหายไปกับสายลม
สมองโล่งโปร่งขึ้นเยอะ
ก่อนหน้านี้โลกของฉันมีแค่บ้านและกรุงเทพฯ(เฉพาะในเมือง) แต่ตอนนี้โลกของฉันมันกว้างขึ้นเรื่อยๆ และฉันรู้ว่ามันจะกว้างได้อีก
เพียงตัดสินใจให้ขาดแล้วก้าวขาออกไปในที่ที่ไม่เคยไป ไกลออกไป ตัดสินใจซะตั้งแต่ตอนนี้
ฉันเพิ่งเห็นเป้าหมายของชีวิต ฉันเรียนรู้จากการเดินทางที่ผ่านมา
เป้าหมาย สิ่งที่เคยมองหามานานหลังจากที่พิชิตไปได้ครั้งนึงเมื่อตอนสอบติดถาปัดจุฬาฯแล้วชีวิตก็เหมือนไม่มีเป้าหมายอะไรเลย
สิ่งที่ค้นพบไม่ใช่มีเงินทองร่ำรวยล้นฟ้า มีคฤหาสน์ มีรถสปอร์ตหรูหรา มีชื่อเสียงผู้คนห้้อมล้อมมากมาย
หากแต่เป็นความสุขสบายของครอบครัว และชีวิตของตัวเองที่สนุกกับการได้ย่ำไปบนโลกทั้งใบ และหากจะมีใครสักคนมารักด้วยก็จะดี
มันคงเหมือนตอนฉันอายุ 12 ในค่ายทหาร ในป่า
มันคงเหมือนตอนฉันอายุ 15 ที่เชียงใหม่
มันคงเหมือนตอนฉันอายุ 17 กับชีวิตในเมืองใหญ่ครั้งแรกๆของฉัน
มันแค่ถึงเวลาที่ต้องออกเดินทาง..
เตรียมตัว เตรียมตังค์ แบกเป้ขึ้นหลังแล้วลุยเลย..
เฮ้อ.. มีความสุขจัง
เอนทรีเกี่ยวดอง
...
ปล. เย็นวันนี้ครอบครัวจะมาดูละคอนรอบ 8 แอร๊ยยยยส์ ดีใจที่สุดในสามโลก!!

มีรูปน้องใหม่คณะแต่ยังคิดอยู่ว่าอาจไม่สมควรเอามาลงตอนนี้
ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่าาาา
#1 By iDoi* on 2009-05-16 03:46