Hua Hin ไม่กินหอย

posted on 04 Jun 2010 14:38 by coffee-m in fotos

 

 

 

จริงๆอยากตั้งชื่อเอนทรีว่า การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของนิสิตปีห้าก่อนจะทีสิส(thesis)

ดิ้นรนจริงๆค่ะ เสี้ยนมาก ปิดเทอมนี้ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย จริงๆมีคนชวนไปเยอะ แต่ตังค์ไม่มี ฮ่าๆ เศร้า..

ยังไม่อยากใช้เงินเยอะช่วงนี้ มีหลายอย่างอยากทำมากกว่า เรื่องเที่ยวเลยผ่านยากหน่อยนะ

คุยกับน้องรหัสไว้นานแล้วค่ะ เพิ่งได้ฤกษ์ไปกันชิวๆ 3 คน,ด้อย รถถังและเพื่อนรถถัง 2 วัน 1 คืนเมื่อเร็วๆนี้

จะว่าไปก็ไม่ชิว ออกแนวเหงื่อไหลไคลย้อยเพราะอากาศร้อนนนมาก ไม่ได้เช่ารถค่ะจะไปไหนก็โบกเอา

สองแถว10บาทบ้าง รถชาวบ้านฟรีบ้าง เป็นเหตุผลว่าทำไมเที่ยวได้ในราคา 1200 บาทค่ะ ฮ่าๆ

 

นั่งรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ-หัวหิน ขึ้นคิวข้างเซนจูรี่ 180 บาท/คน ออกจากกทมประมาณ 11 โมงถึงหัวหินบ่ายครึ่ง

รถตู้ส่งถึงหน้าโรงแรมบ้านคชาทอง ซอย84 สภาพกับราคาถือว่าโอเคเลยล่ะ ไม่มีที่จอดรถ แต่เราไม่ซีเรียส

พอมาถึงเอากระเป๋าวางแหมะแล้วก็ออกเลย ไว้เดี๋ยวมาดูโรงแรมตอนกลับจากเพลินวานเนาะ

 

ที่แรกที่ไปกันคือ พระราชนิเวศมฤคทายวันค่ะ

โบกตุ๊กๆลองถามราคา ไม่กะขึ้นอยู่แล้วเพราะได้ยินมาว่าแพง อยากรู้ว่าจะแพงขนาดไหน

พี่ตุ๊กๆเรียกมาหกร้อยบาท..

จะไปพระราชนิเวศฯโว้ย ไม่ได้จะเหมาไประยอง! ราคานี้นี่ไปกลับกทมได้สองรอบเลยนะ!

หมดกัน first impression หัวหินใหม่ (เรียกหัวหินใหม่ เพราะเคยมาครั้งก่อนเมื่อตอนยังมีแค่หาดให้เที่ยว)

ของเค้าแพงจริงๆ ไม่จำเป็นก็อย่าขึ้นเลยค่ะตุ๊กๆเมืองนี้เีริ่มที่ 100 บาทหมดไม่ว่าใกล้ไกล

เอาเงินจำนวนเท่านี้ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ขับตามใจได้สองวันดีกว่าค่ะ

 

อีกพักใหญ่ๆสองแถว(10บาทตลอดสาย)ก็มา แต่ถามแล้วบอกไปถึงแค่วังไกลกังวล(พระราชนิเวศฯเลยไปอีก)

พี่เขาบอกให้ขึ้นปอ.2 กทม-ประจวบฯแทน ซึ่งโชคดีว่าตามตูดมาพอดีก็เลยรีบขึ้นไป

พอเขาถามว่าลงไหน ก็ตอบไปว่าพระราชนิเวศค่ะ กระเป๋ารถทำหน้างง

ปรากฏว่า คนขับ,กระเป๋ารถ ไม่รู้จัก พระราชนิเวศฯ!!!! นี่มันอะไรกันว๊ะะะ

 

นาทีนั้นรู้สึกว่าเหมือนตัวเองเป็นคนต่างชาติเสื้อยืดขาสั้นหนีบรองเท้าแตะห้อยกล้องตัวใหญ่พูดจาไม่รู้เรื่อง

สื่อสารกันคนละภาษา หนักเข้าเริ่มใช้ภาษามือและถือแผนที่ชี้ประกอบ นานมากกว่าจะเข้าใจตรงกันว่าจะไปไหน

สรุปแล้ว คนแถวนั้นรู้จัก พระราชนิเวศฯ ในนาม ค่ายพระราม6 ค่ะเออค่ะ มันคือที่เดียวกัน คร่อก..

คิดว่าถึงแล้วเรื่องจะจบ ยังค่ะ มันแค่เริ่มต้น คะเนดูจากปากทางแล้ว คงต้องเข้าไปลึกโคตรๆ

เดินไปตรงตู้ยามพี่ทหารกะจะถามว่าเข้าไปยังไง ระหว่างนั้นเห็นรถทัวร์วิ่งเข้าไปแล้ววนออก เอ๊ะ ชักแหม่งๆ

คุณพี่ทหารพอรู้ว่าเรามาที่นี่ทำไม จึงฉีกยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า "วันนี้วันพุธ ปิดทำการครับ" orz..

 

แต่ในความโชคร้าย ยังมีเรื่องดีๆ รถของคุณพี่คนหนึ่ง(ถามทีหลังทราบว่าทำงานอยู่ในวังไกลกังวล)ขับออกมาพอดี

เลยได้อาศัยติดรถมาด้วย โฟร์วีล4ประตูนั่งสบายๆ แอร์เย็นฉ่ำ น้ำตาจะไหล พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมจริงๆ

พี่เขามาจอดให้ที่หน้าวังไกลกังวล ด้อยก็เดินย้อนขึ้นไปประมาณ 500 เมตร ก็ถึงที่นี่

 

 

 

ตอนนั่งรถผ่านไปผ่านมา3รอบไม่เห็นเลยอ่ะ ที่จริงมันก็ไม่ได้หลืบ แต่ว่าตั้งอยู่ในแนวตึกแถวริมถนนใหญ่เลยไม่ทันสังเกต

 

 

ทำสีวินเทจๆ ย้อนยุคหน่อย ฮ่าๆ

 

 

 

 

 

ชอบร้านนี้มาก

เดินเข้าเดินออกหลายร้าน แวะทานเฉาก๊วยหนุบหนับอร่อยมาก

ที่ขาดไม่ได้ก็คือส่งโปสการ์ดดด แฮ่ แพงอ่ะแต่ภาพสวย ไม่ชาร์ตค่าแสตมป์บริการส่งให้ด้วย

 

 

ฮ่าๆ ตรีนด้อยเอง :3

มีอีกหลายรูปแต่ติดน้องรหัสกะเพื่อนน้องรหัสที่ไปด้วยกันเลยไม่ขอลงดีกว่า 

 

 

จากเพลินวานโบกสองแถวลงสี่แยกถ.เดชานุชิต แล้วเดินเท้าไปหาด ไม่ได้มานานแล้วนะหัวหิน

 

 

ตรีนอีกที :3

เดินย่ำทรายเอาเท้าแช่น้ำทะเลพักใหญ่ๆแล้วก็กลับโรงแรมอาบน้ำ เดี๋ยวไปทานมื้อเย็นที่โต้รุ่ง!

 

 

กลับมาถึงโรงแรมบ้านคชาทองปากซอย84 ทางเข้ามามี reception อยู่ซ้ายมือ (ไม่ได้ถ่าย orz..)

เดินเข้ามาอีกหน่อยเจอ double space ตรงนี้เป็นเหมือนลอบบี้ open air ล่ะออกจะชื้นๆหน่อย

ไฟสี warm white และสีเขียวของต้นไม้ในอาคารช่วยเพิ่มมูลค่าได้จริงนะเออ

สั่นๆเบลอๆหน่อย หิว

 

 

 

ส่องจากด้านบน ตรงกลางเป็นบ่อน้ำบุ๋ยๆ (คือมันไม่ได้พุมากก็เรียกบุ๋ยๆแล้วกันค่ะ) กับตอไม้ประดิษฐานพระพิฆเณศ

จั๋ง, ไผ่, ฟิโลเดนดรอน, เฟิร์นก็มีเป็นหย่อมๆ พันธุ์ต้นไม้คุ้นตาจากวิชา interiorscape เมื่อตอนปีสี่

 

 

 

ทางเดินขอนไม้นั่นเป็นทางเข้าผ่านหน้า reception จ้ะ เงียบสงบดีมาก

 

 

บันไดทางขึ้นอยู่ซ้ายมือ เดี๋ยวเห็นๆ

 

 

ขวาสุดห้อง 006 พักห้องนี้ล่ะค่ะ

 

 

 

ถ่ายจากโถงบันไดมีทางเดินรอบแค่นี้ โรงแรมเล็กๆไม่ใหญ่มาก แต่ไม่อึดอัดเลยค่ะกำลังดี

 

 

 

คุณโถงบันได ถ่ายตอนหัวค่ำเปิดไฟแล้วดูดีแฮะ ของจริงเก่ากว่าในรูปนิดหน่อย

 

 

 

ฮ่าๆ บอกอย่างไม่อายว่าเป็