ชีวิตวันนี้

posted on 17 Aug 2011 03:14 by coffee-m in blah-blah
 
จริงๆสิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่ได้เยอะแยะสาหัสอะไรนักหนา
ก็งานทั่วไปที่ก็ไม่ได้เร่งอะไรมากแล้ว
เลยทำให้มีเวลามาคิดฟุ้งซ่านอีกแล้วสินะ
สิ่งที่ทำตอนนี้ทำไปทำไม เพื่ออะไร นั่นสิ.. เพื่ออะไรวะ?
 
มังคุดเคยบอกไว้ว่า หัดนอนกลางคืนซะมั่งนะ
อยากบอกว่าหัดแล้ว เคยทำได้พักนึงด้วยละ
แต่เนื่องจากเป็นคนชอบความสงัดในเวลากลางคืนมันเลยไปไม่รอดแฮะ
แล้วก็นอนดึกเหมือนเดิม..
 
ชีวิตที่ก้าวผ่านจุดเปลี่ยนแบบเบลอๆมาได้ระยะนึงก็พบว่า น่าเบื่อสิ้นดี
หรือจุดที่มายืนมันจะยังไม่ใช่นะ..
ที่จริงก็ตอบไม่ได้เพราะเพิ่งจะก้าวมายังเหยียบไม่เต็มเท้าเลย
เวลานี้ก็ตกอยู่ในสภาวะ กะหย่องกะแหย่ง เขียนยังไงไม่รู้
 
เหมือนตัวเองกำลังวิ่งหาอะไรสักอย่างที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่า เออ กูต้องหานะ
มีคนบอกว่าซีเรียสกับชีวิตมากไปป่าว ดูจะจริงจังกับการหาสาระให้ชีวิตมากไปนะ
เอา บอกมางั้นก็เลยทำตัวไร้สาระเป็นแม่บ้านละครหลังข่าวใช้สิ่งบันเทิงประโลมใจไปวันวัน
บางครั้งก็จมปลักอยู่กับนิยายเจ็ดแปดเล่มที่ซื้อมาภายในสองเดือน บ้ามาก ปกติไม่เคยทำอะไรอย่างนี้
 
พอดีขึ้นหน่อย ก็มีเรื่องหัวใจให้วุ่นวายเล็กน้อย เป็นคนที่ตัดอารมณ์ดราม่าทางนี้ไม่ขาดจริงๆสินะ
พยายามลดแล้วนะ ก็น่าจะเห็นๆอยู่ แต่ก็ดันมีเรื่องมากระแทกเสียนี่ ตะกอนก็ขุ่นขึ้นมาทันที
มีเรื่องเยอะมากและเอาไปบ่นลงทวิตเตอร์เกือบหมดแล้ว พอจะมาเขียนก็ปรากฎว่าเขียนไม่ออก
มันเหมือนพอได้พูดไปแล้วก็แล้วกันไปไม่อยากกลับมาสาวต่อ ยกเว้นเรื่องที่ค้างคาใจจริงๆ
 
สงสัยใกล้ช่วงแดงเดือดอีกแล้วละมั้ง จิตตกแบบนี้
อยากเป็นปกติอย่างคนอื่นเขา.. หรือนี่แหละคือปกติคน
เออ งั้นขอผิดปกติได้ไหมน่ะ ไม่อยากเป็นอย่างนี้บ่อยๆ
อยากมีชีวิตที่ยิ้มได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละนิดก็ยังดี
แต่มันก็ยังดีกว่าคนที่ทุกวันแม้แต่คิดเรื่องจะยิ้มยังยากใช่ไหมล่ะ คงมีคนปลอบใจแบบนี้อีก
 
จะว่าไปคำปลอบใจทุกประเภทรู้หมด เข้าใจหมด
แต่ว่าจะมีผลมากน้อยคงขึ้นกับคนพูดสินะ
 
ใครนะเคยบอกว่า จงมองชีวิตอย่างที่มันเป็น อย่ามองชีวิตอย่างที่อยากให้มันเป็น อย่างนั้นมันจะทุกข์
อ๋อรู้แล้ว คุณชนนท์ ในเรื่อง เพลิงทระนง นั่นเอง อันที่จริงท้ายๆเรื่องคุณชนนท์เขายิ้มแล้วหล่อมาก
นั่นแน่ะ แม่บ้านละครหลังข่าวตัวจริงต้องมีจำบท วิจารณ์ตัวละคร
 
อืมม์.. จงมองชีวิตอย่างที่มันเป็นทำยังไงยากจัง
ตอนนี้มองชีวิตอย่างที่อยากให้มันเป็นอยู่ง่ายกว่า
อยากทำอย่างนั้น
อยากได้ยินอย่างนี้
อยากเห็นอย่างนั้น
อยากเป็นอย่างนี้
 
เพราะอย่างนี้ก็เลยทุกข์สินะ
 
 
It wasn't your fault. It was mine for believing every word you said.
 
แบบนี้ก็ทุกข์ เพราะคิดเอง เออเอง ทุกข์เอง.. นิดเดียวจริงๆ โดนสะกิดนิดเดียวเท่านั้นก็คิดไปไกล
..แต่ตอนนี้หายแล้ว เพราะ you คนนั้นโทรมา
 
 
 
 
 
เอ้อ..
เล็กๆน้อยๆในหัวน่ะตอนนี้เท่าที่จะเรียบเรียงออกมาได้ ไว้สักวันกลับมาอ่านจะได้รู้นะว่าตอนนี้คิดอะไรอยู่
 
 
 
ราตรีสวัสดีค่ะ.

Comment

Comment:

Tweet

u คนนั้น :P

#3 By ร่มไร้อาร์ on 2011-10-03 15:57

ละครมันก็สอนเราได้นะเธอ
ไม่ได้ใช่แค่ใช้เวลาทิ้งขว้าง

//จากแม่บ้านรุ่นพี่

#2 By เมพหมี shakri on 2011-08-17 12:02

เรื่อยๆเปื่อยๆบ้างก็คงจะดี

#1 By LungDeng on 2011-08-17 11:43