love

 

นังด้อยเอาอีกแล้ว เพ้อเจ้ออีกแล้ว

หลังจากพบกับคุณย์ที่แห่งหนึ่งโดยบังเอิญ (ด้วยความตั้งใจเล็กๆของฉัน)

จนตอนนี้ฉันยังไม่ยอมวางโทรศัพท์เลย..

 

วันนี้ฉันตั้งใจจะตื่นเช้าสักหน่อย กะว่าพอเปิดแล้วจะไปนั่งทำงานชิวๆที่นั่น

เอาเข้าจริงกว่าจะยอมลุกจากเตียงก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง ไปถึงนั่นก็บ่ายกว่าๆแล้วล่ะ

ฉันคิดเอาเองว่าถ้าไม่คุยงานตามคอฟฟี่ช้อปที่มีที่ให้นั่งฟรี มีปลั๊กให้เสียบ ก็ต้องมาที่นี่ล่ะนะ

ไม่รู้หรอกว่าปกติแล้วคุณย์ไปที่ไหน แต่ในใจฉันมันบอกลึกๆว่า วันนี้คุณย์อาจจะมา

ฉันก็เลย.. อยากออกไปนั่งทำงานชิวๆบ้างไงล่ะ ไหนๆก็สมัครสมาชิกไปแล้วนี่เนอะ ;P

 

ฉันเลือกที่นั่งไม่ไกลจากทางเข้า ถึงจะเป็นโซนที่คนพลุกพล่านหน่อย แต่ก็มีข้อดีอยู่บ้างล่ะน่า

ข้อดีที่ว่าก็คือ ได้ยินเสียงติ๊ดจากเครื่องสแกนบัตรและมองเห็นคนเข้ามาได้น่ะ

บางคนคิดว่านั่นเรียกข้อดีเหรอ มันทำลายสมาธิชัดๆ! :D

ปาเข้าไปบ่ายสาม ฉันเพลินอยู่กับการอัพบลอกและคอยอ่านทวีตที่ดังเตือนอยู่เรื่อยๆ

จนลืมที่จะฟังเสียงติ๊ดและไม่ได้พยายามละสายตาออกจากจอโน้ตบุคเพื่อมองไปที่ทางเข้าอีกเลย

ฉันคงเดาผิด คุณย์คงคุยงานไปแล้วเมื่อวานและวันนี้คงกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ และนั่นก็ทำให้ฉันตัดใจ

 

ฉันหยิบสมุดสเก็ตช์เล่มใหม่เอี่ยมขึ้นมา ก้มหน้าลงมือเขียนยุกยิก สเกตช์นู่นนี่ลงไปในนั้น

ระหว่างที่เขียนไปได้ไม่กี่หน้า จู่ๆก็มีมือยื่นเข้ามาที่หัวฉันและวางลงอย่างแผ่วเบา เป็นภาพสโลวโมชั่นที่ฉันคุ้นเคยดี

ทักทายได้ไม่กี่คำคุณย์ก็เดินไปนั่งคุยแบบ ฉันไม่รู้ว่าคุณย์เดินไปนั่งตรงไหนเพราะไม่ได้หันไปมอง

ไม่ได้หันไปมองเลยไม่รู้ว่าคุณย์อยู่กับใครบ้าง และฉันจะเดินไปคุยกับคุณย์ได้บ้างไหม

แต่ที่รู้ก็คือ ฉันยิ้มไม่หุบเลยล่ะ

 

การสนทนาของเราเริ่มต้นอีกครั้งในmsn ฉันล่ะเกลียดจริงท่าทีขี้อ้อนของคุณย์น่ะ มันทำให้ฉันหวั่นไหวรู้มั้ย? ><

เถียงกันไปมา ต่างฝ่ายต่างบอกว่า มาหาสิ มาหาสิ แล้วสุดท้ายคุณย์ก็เดินมาหาแบบเงียบเฉียบ

นั่งลงข้างๆฉันที่กำลังทวีตว่าคิดถึงคุณย์ เกือบปิดไม่ทัน! (ไม่ทันกด enter ข้อความเลยไม่ขึ้นในทวีตน่ะ)

ไหล่บางๆของฉันได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง แม้เพียงไม่กี่นาทีก็ตาม

 

พอคุณย์มาอยู่ใกล้ๆแล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นั่งยิ้ม มองคุณย์อยู่อย่างนั้น

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคน แต่เป็นความเงียบที่ฉันยินดีอย่างยิ่งที่จะฟัง

ไม่รู้ว่าคุณย์กำลังคิดอะไรในความเงียบ แต่ในหัวของฉันกำลังคิดว่าคุณย์ดูอ่อนล้ามากเลยนะ

จะมีสิ่งไหนหรืออะไรที่ฉันพอจะทำเพื่อคุณย์ได้บ้างไหม

อยากแบ่งเบาความยุ่งยากใจของคุณย์มาบ้าง เพราะตอนนี้ฉันก็พอจะมีเวลาเป็นของตัวเองแล้วล่ะ

ฉันยินดีจะแบกรับแทนคุณย์ถ้ามันจะทำให้คุณย์สบายใจและยิ้มกว้างๆได้อีกครั้ง อยากเห็นรอยยิ้มของคุณย์นะ

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก สมาธิไม่มี สายตาก็โฟกัสอยู่ที่ด้านข้างของคุณย์ (ไม่ได้นั่งมองหน้ากันน่ะ ก็เขินนะ)

เสียงก็ได้ยินแต่เสียงของคุณย์ กลายเป็นคนโง่ ประสาทสัมผัสทุกด้านบกพร่องขึ้นมาทันทีเลยแฮะ  ฮะฮะ

 

คุณย์นั่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับไปคุยแบบต่อ ท่าทีอิดออดนั่นฉันขอซื้อได้มั้ย รีบกลับไปทำงานเข้าเถอะ!

ฉันไล่คุณย์กลับไปทำงานทั้งที่จริงแล้ว อยากขอร้องให้คุณย์นั่งอยู่ข้างๆกันนานกว่านี้อีกสักหน่อย

หลังจากนั้นฉันเดินออกไปหาอะไรทานคนเดียว (เพราะชวนคุณย์แล้วไม่ยอมมาด้วยกัน ฮึ!)

เดินกลับเข้ามาอีกทีคุณย์ก็กลับไปแล้ว แย่จัง ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะโทรหา ร่ำลาอย่างเป็นทางการ

แต่พอกดเบอร์คุณย์ได้ครบ นิ้วก็หมดเรี่ยวแรงจะกดปุ่มโทรออกไปซะดื้อๆ

ฉันกดเบอร์แล้วเคลียร์หน้าจอ กลับมาถึงหอแล้วก็ยังทำอยู่อย่างนั้น  ทำซ้ำๆกันจนนึกรำคาญตัวเอง

จนตอนนี้ฉันยังไม่ยอมวางโทรศัพท์เลย..

 

อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวมันก็จะหายไปนะความรู้สึกแบบนี้

ที่ผ่านมาฉันเรียนรู้แล้วว่าการที่เข้าใกล้คุณย์อย่างที่ใจฉันต้องการ มันมากเกินไป

และการที่ฉันทำอย่างนั้นก็มีแต่จะทำร้ายตัวเองในวันข้างหน้า ให้คุณย์เป็นฝ่ายเดินมาหาฉันสบายใจกว่า

ฉันเรียนรู้แล้วจากประสบการณ์ที่ผ่านมา อะไรที่ทำได้ อะไรที่ไม่ควร ฉันจะไม่ให้เกินเลยไปมากกว่านี้ค่ะ

ฉันคงไม่อาจพูดได้ว่าจะคอยอยู่เคียงข้างคุณย์ตลอดไป ไม่มีอะไรแน่นอนบนโลกใบนี้

แต่บอกได้ว่าจะอยู่ไปเรื่อยๆจนคุณย์จะไม่ต้องการฉันแหละนะ

ขอบคุณย์โชคชะตานะคะที่วันนี้ขีดให้ฉันมาพบกับคุณย์.

 

ฉันเชื่อค่ะว่าพรหมลิขิตมีจริง แล้วคุณล่ะคะเชื่อไหม?

 

...

 

Recommend